Overblog Suivre ce blog
Editer l'article Administration Créer mon blog
17 novembre 2008 1 17 /11 /novembre /2008 21:59

Memories of Matsuko : ขอโทษที่ฉันเกิดมา




Memories of Matsuko : ขอโทษที่ฉันเกิดมา

"ฉันเกิดมาทำไม?" เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ซึ่งในยามมีความสุข ก็คงไม่ใช่เวลาที่ใครจะมาตั้งคำถามระดับอภิปรัชญาแบบนี้ เฉพาะมีความทุกข์หรือมีความผิดปกติในชีวิตเท่านั้นแหละ ที่เราสงสัยกันเหลือเกินว่า พระเจ้า โชคชะตา หรือเวรกรรม ส่งข้าพเจ้ามาลืมตาบนโลกนี้ด้วยเหตุผลกลใด


เป็นไปได้หรือไม่ว่า คำถามนี้เกิดขึ้นเพราะขณะนั้น เรากำลังขาดทั้ง "เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ" และขาด "เป้าหมายในชีวิต"

หญิงสาวนาม "มัตสึโกะ" (มิกิ นากาทานิ) ในภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง "Memories of Matsuko" คือตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่ประสบสภาวะนั้น โดยเธอไร้สิ่งยึดเหนี่ยวมาตั้งแต่วัยเด็ก เพราะครอบครัวไม่สามารถทำหน้าที่นั้นให้เธอได้


เด็กหญิงมัตสึโกะรู้สึกว่าตนได้รับความรักไม่เพียงพอ เธอเห็นว่าพ่อมัวแต่เอาใจใส่น้องสาวที่กำลังป่วยมากกว่าจะสนใจให้ความอบอุ่นเด็กแข็งแรงอย่างเธอ กระนั้น มัตสึโกะก็ยังไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะเมื่อเธอค้นพบว่าอะไรที่ทำให้พ่อยิ้มได้ เด็กหญิงก็จะทำสิ่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเอาชนะผู้ชายคนนี้ แม้ว่าวิธีที่ว่าจะใช้ไม่ได้ผลทุกครั้งไปก็ตาม

ในยามเติบโต ความน้อยใจที่มีให้ครอบครัว ผสมกับการบาดเจ็บจากเรื่องเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่ตนเป็นครูอยู่ ก็เป็นเหตุทำให้มัตสึโกะในวัยสาวต้องหลบลี้หนีหน้าจากบ้านเกิด เธอถูกตัดญาติขาดมิตรและต้องเดินด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ด้วยความที่มีพื้นฐานจิตใจไม่แข็งแรง เนื่องจากไม่ได้รับความอบอุ่นมากพอ มัตซึโกะจึงกลายเป็นหญิงขี้เหงา ที่ต้องการใครสักคนมาอยู่ข้างกายตลอดเวลา


"จะให้ไปลงเหวหรือตกนรกที่ไหนฉันก็ยอม ขอแค่ให้ได้อยู่กับผู้ชายคนนี้" มัตสึโกะกล่าวกับเพื่อนสาวที่เข้ามาห้ามไม่ให้เธอคบกับ "ผู้ชายเลวๆ"

"จะถูกเขาตี หรือถูกฆ่าก็ไม่เป็นไร" เธอว่า "ยังไงก็ดีกว่าอยู่คนเดียว"


และน่าแปลกที่ชีวิตมัตสึโกะมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่รักการใช้กำลังกับเธออยู่เสมอ แต่หนังก็ไม่ทำให้ผู้ชมเกลียดคนเหล่านี้ไปเสียทีเดียว เพราะยังแสดงให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้วพวกเขาก็ป่วยไข้ และขาดเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ต่างกับเธอ

"ขอโทษที่ฉันเกิดมา" ชายคนหนึ่งเขียนคำร่ำลากับมัตสึโกะอย่างนั้น ก่อนจะจากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ เช่นเดียวกับชายอีกคนที่คิดว่า สิ่งดีๆ ในชีวิตประการเดียวที่เขาจะให้ผู้หญิงคนนี้ได้ คือการไปจากชีวิตเธอ

 

พวกเขาทำไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า มันยิ่งทำให้หญิงสาวเจ็บปวดขึ้นอีกเท่าทวีคูณ

"มันเหมือนกับว่าชีวิตฉันจะจบลงตรงนั้น" เธอบอกอย่างนี้หลายครั้งหลังการลาจาก ทว่า มัตสึโกะก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ทุกครั้งเช่นกัน แม้ในครั้งที่เธอเจ็บปวดที่สุด จนคิดว่าจะไม่ให้ความเชื่อใจแก่ใครอีกแล้ว มัตสึโกะก็ยังมีลมหายใจอยู่ได้ นั่นก็เพราะเธอยังมีความรัก

"คนเราไม่ได้ตัดสินกันตรงที่ว่าเราได้อะไร แต่อยู่ที่ว่าเราให้อะไร"

 

"Memories of Matsuko" ไม่ได้นำเสนอเรื่องของหญิงสาวผู้ซวยซ้ำซวยซ้อนคนนี้ตรงๆ แต่เลือกที่จะเล่าผ่าน "โช" (เอตะ นากายามะ) หลานชายวัยรุ่น ที่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับป้าของเขาก็ต่อเมื่อเธอได้จากโลกนี้ไปแล้ว โดยแต่เดิม โชเป็นเด็กต่างจังหวัด ทว่า เขาก็ตัดสินใจเดินทางมาเมืองหลวงเพื่อตามหาความฝันของตัวเอง

"ทุกคนมีฝัน แต่มีบางคนเท่านั้นที่ทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จ, แล้วคนที่เหลือล่ะ?"

โชอยากเป็นนักดนตรี แต่สิ่งที่เขาทำในแต่ละวันคือการเช่าหนังโป๊มาดู ส่วนกีตาร์ของเขานั้นฝุ่นเกาะจนหมด แต่แล้ววันหนึ่ง เรื่องราวของป้าก็ได้เดินทางมาสะกิดฝุ่นกีตาร์นั้น

เขาได้รู้ว่าป้าของตัวเป็นผู้ที่รักการร้องเพลง แต่สุดท้ายเธอก็เป็นได้แค่สาวบาร์ คนขี้คุก ที่ดีหน่อยก็มีแค่การได้เป็นช่างตัดผมเท่านั้นเอง


ซึ่งอันที่จริง ชีวิตหญิงสาวก็ไม่ได้จะต้องประสบความสำเร็จด้วยการเป็นนักร้องอะไรให้วุ่นวายหรอก เพราะ "เป้าหมาย" ในชีวิตของเธอจริงๆ ก็ได้แก่การได้ "กลับบ้าน" เพียงเท่านั้นเอง

"ถ้าท้องหิวก็กลับบ้านเราเถอะ" เพลงที่มัตสึโกะร้องมีเนื้อหาอย่างนั้น แต่เธอไม่ได้ทำตามคำแนะนำที่ว่า เพราะยามหิวรัก มัตสึโกะเลือกที่จะให้ผู้ชายอื่นเป็นคนทำให้อิ่ม ไม่ใช่ครอบครัว ทั้งๆ ที่มันคือสิ่งเดียวที่เธอถวิลหาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุที่ไม่กล้ากลับไป ก็อาจเป็นเพราะเธอคิดว่าตัวเองไม่มีค่าพอสำหรับใครก็ได้

 

"ขอโทษที่ฉันเกิดมา" เธอจารึกคำนั้นไว้บนกำแพง "บ้าน" หลังสุดท้ายของชีวิต

โชได้เรียนรู้หลายอย่างจากชีวิตของป้า เราอาจไม่ได้เห็นความเป็นไปของเขาหลังจากนั้น แต่ก็เชื่อว่า คำตอบต่อคำถามที่ว่า "ฉันเกิดมาทำไม?" ของโชย่อมไม่เหมือนเดิมแน่นอน

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าชีวิตของตัวละครเอกใน "Memories of Matsuko" จัดว่าเข้าขั้นรันทดเหลือหลาย ทว่า หนังกลับเลือกใช้ภาพที่มีสีสันจัดจ้าน สดใส มีสไตล์หวือหวา แถมยังสวยจัดในการนำเสนอ อีกทั้งยังมีเพลงและดนตรีประกอบที่แสนคึกคักฮาเฮ มิหนำซ้ำนักแสดงก็เล่นกัน "ใหญ่" ราวกับตัวละครในหนังการ์ตูนก็ไม่ปาน


ซึ่งนั่นก็ทำให้คนดูเกิดอาการกระอักขึ้นมาทันที เพราะฉากที่ในเวลาปกติน่าจะขำ เรากลับหัวเราะกันไม่ออก โดยเฉพาะกับบางฉาก ที่เราถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ทว่า ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน หนังก็กลับทำท่าทะลึ่งทะเล้นขึ้นมาเสียนี่

ที่เป็นอย่างนี้ก็อาจเป็นเพราะหนังต้องการจะบอกคนดูว่า อย่ามัวแต่โศกเศร้าหรือขบขันกับชะตาชีวิตของตัวละครให้มากนักเลย เพราะยังมีสารอีกมากมายที่พวกเขาต้องการให้เรารู้สึกและคิดตาม

ซึ่งสิ่งนั้นก็สามารถปลดปล่อยสิ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจเราได้ ไม่แพ้การระเบิดเสียงหัวเราะหรือหลั่งน้ำตาแต่อย่างใด





Memories of Matsuko : ขอโทษที่ฉันเกิดมา


voir aussi  Celebrites




Partager cet article

Repost 0
Published by cedric - dans Film thailandais
commenter cet article

commentaires

Présentation

  • : franco-thai
  • franco-thai
  • : apporter informations, cultures, loisirs, outils de communication, etc. Un pont entre la France et la Thaïlande
  • Contact

Partage / Share

Recherche

Archives